100 ปีแห่งการปฎิวัติรัสเซีย
“ประวัติศาสตร์จะไม่ให้อภัยเรา
หากเราไม่ฉวยโอกาส เอาอำนาจเสียตอนนี้” (“History will not forgive
us if we do not assume power now”) V.I. Lenin
7 พฤศจิกายน 1917 วันนี้เมื่อ 100 ปีก่อน เวลาประมาณ 10.00 น.
คณะกรรมการปฏิวัติฝ่ายทหาร ได้ตีพิมพ์คำวิงวอนของเลนิน
ถึงพลเมืองรุสเซีย
รัฐบาลเฉพาะกาลได้ถูกขับไล่ออกไปแล้ว อำนาจแผ่นดินได้ตกอยู่ในมือของสภาโซเวียต ของผู้แทนกรรมการและทหารแห่งนครเปโตรกราด คือ คณะกรรมการปฏิวัติฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นผู้นำชนกรรมาชีพและทหารเปโตรกราด
รัฐบาลเฉพาะกาลได้ถูกขับไล่ออกไปแล้ว อำนาจแผ่นดินได้ตกอยู่ในมือของสภาโซเวียต ของผู้แทนกรรมการและทหารแห่งนครเปโตรกราด คือ คณะกรรมการปฏิวัติฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นผู้นำชนกรรมาชีพและทหารเปโตรกราด
บนแม่น้ำเนวา
เรือรบหลวงออโรรา เรือรบหลวงที่เคยเดินทางมากรุงเทพฯ
เมื่อครั้งงานพระราชพิธีบรมราชาภิเศกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ 6 ปีก่อน (1911) ได้ถูกนำเคลื่อนเข้าจอดบริเวณฝั่งตรงข้ามพระราชวังฤดูหนาว
21.40 น.
เสียงปืนใหญ่ใส่กระสุนหลอกดังขึ้น ให้สัญญาณโจมตีพระราชวังฤดูหนาวเป็นครั้งสุดท้าย
จวบจนเที่ยงคืน กำลังของฝ่ายปฏิวัติ ที่ประกอบด้วยปัญญาชนฝ่ายซ้าย กรรมกร และชาวนา
ก็สามารถบุกเข้าไปยังตัวอาคารได้ บรรดานักเรียนนายร้อยได้ทำการต่อสู้อย่างดุเดือดจากห้องกว่าหนึ่งพันห้องของพระราชวังฤดูหนาว
ราวตีสองของวันที่ 8 พฤศจิกายน 1917 พระราชวังจึงถูกยึดได้
และรัฐมนตรีของรัฐบาลเฉพาะกาลถูกจับทั้งหมด
การปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่นี้
ถูกเรียกว่า การปฏิวัติเดือนตุลาคม หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า
“การปฏิวัติสังคมนิยมแห่งเดือนตุลาคมอันยิ่งใหญ” (Great October Socialist
Revolution) รวมทั้งยังมีชื่อต่างๆ
เช่น ตุลาคมแดง, การลุกฮือเดือนตุลาคม
เหตุการณ์นี้
นำไปสู่สงครามกลางเมืองรัสเซีย ที่กินเวลาถึง 5 ปี
และเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นของการสถาปนารัฐสังคมนิยมแรกของโลก
ภายใต้ชื่อสหพันธ์สาธารณรัฐโซเวียตรัสเซียต่อมาเป็นสหภาพแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต
จ้าวแห่งวงการคอมมิวนิสต์และจุดประกายการปฏิวัติอื่นๆในกาลต่อมา อาทิ มองโกเลีย
จีน คิวบา เวียดนาม ลาว ฯลฯ
ส่วนสาเหตุที่เรียกเหตุการณ์นี้ว่าการปฏิวัติเดือนตุลาคม
เพราะสมัยนั้น นับเอาปฏิทินจูเลียน ซึ่งเป็นแบบเก่า
ช้ากว่าปฏิทินเกรโกเรียนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ 13 วัน
ซึ่งวันแห่งการปฏิวัตินี้ จะตรงกับวันที่ 25 ตุลาคม
เมื่อครั้งรัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต
ถือว่าวันที่ 7 พฤศจิกายนของทุกๆ ปี
เป็นวันชาติ และมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นวันที่ 4 พฤศจิกายน (วันรวมชาติ)
ปัจจุบัน มีการเดินพาเหรดบริเวณจัตุรัสแดงในทุกวันที่ 7 พฤศจิกายน
แต่ไม่ได้เพื่อเป็นการรำลึกถึงการปฏิวัติโดยตรง แต่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 1941 ที่ทหารของโซเวียตเดินสวนสนามสู่แนวหน้าสมัยสงครามโลกครั้งที่
2
ปูตินกล่าวถึงการปฏิวัติเมื่อ
100 ปีก่อนไว้ว่า
“เมื่อเรามองกลับไปยังบทเรียนจากศตวรรษที่ผ่านมา
เรามองเห็นคำตอบที่กำกวม และมีทั้งผลพวงทั้งด้านบวกและด้านลบจากเหตุการณ์นั้น”
“เราต้องตั้งคำถามว่า
มันเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่ใช้การปฏิวัติเพื่อการพัฒนา
แต่คือการพัฒนาแบบทีละก้าว
ค่อยเป็นค่อยไปโดยปราศจากการทำลายรัฐและศรัทธาของผู้คนนับล้าน”
ความรู้ใหม่เลยครับ
ตอบลบ