เมนเชวิค vs บอลเชวิค
คนรัสเซียใน พ.ศ.2448-2460 จำนวนไม่น้อยอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ประสงค์ให้มีปฏิวัติรัสเซียเพื่อต้องการให้รู้แพ้รู้ชนะ
จะได้หมดความขัดแย้งที่ทำให้ประเทศถูลู่ถูกังกันซะที ชาติบ้านเมืองจะได้เดินหน้า
พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย มีกลุ่มสำคัญ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนำโดยยูลี มาร์ตอฟ อีกกลุ่มหนึ่งนำโดยวลาดิมีร์ เลนิน
ทั้งสองพวกต้องการปฏิวัติลัทธิมากซ์เหมือนกัน
ทั้งพวกมาร์ตอฟและเลนินต่างประกาศว่าตนเป็นพรรคตัวแทนของผู้คนชนชั้นกรรมาชีพ มีอยู่หลายครั้งครับ ที่ทั้งสองพวกอยากจะเลิกขัดแย้งกัน และรวมกันเป็นพรรคแรงงานสังคมนิยมประชาธิปไตยรัสเซียเพื่อเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิม แต่พยายามเท่าใดก็ไม่ประสบความสำเร็จ
คำว่าเมนเชวิคและบอลเชวิคมาได้ยังไง?
เรื่องความขัดแย้งนี่เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อใด ก็ยากที่จะประสานให้กลับมา แนบเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิมได้ นอกจากจะต้องโทรมศัสตราวุธตีให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง พวกแพ้ก็ตายหายไปจากวงการ พวกชนะก็จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและพาบ้านเมืองเดินหน้าไปให้ได้
พวกมาร์ตอฟกับพวกของเลนินเล่นเอาล่อเอาเถิดกันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายพวกเลนินก็เอาจริง จัดให้มีการประชุมผู้แทนพรรคครั้งที่ 6 ที่กรุง ปราก เมืองหลวงของเชโกสโลวะเกีย จากนั้นก็ออกมติให้ขับกลุ่มของมาร์ตอฟออกจากพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซียเพื่อความเป็น เอกภาพ และเรียกตัวเองว่า พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตย (บอลเชวิค)
แต่พวกที่ถูกขับออกไปก็ยังเรียกตัวเองว่า พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตย (เมนเชวิค)
ตอนหลังเลนินต้องสร้างสถานการณ์ว่าที่ทำการกองทัพถูกยิง เอ๊ย เลนินถูกลอบสังหาร แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นพวกของเลนินก็ใช้เรื่องการถูกลอบสังหาร สร้างความชอบธรรมเพื่อกวาดล้างพวกเมนเชวิค
ผู้ร่วมสนทนาผู้หนึ่งถามผมว่า บอลเชวิคและเมนเชวิคแตกต่างกันยังไง ถึงพวกที่ถือหางของสองฝ่ายจึงไม่ยอมหันหน้าเข้าหากัน ทั้งๆที่มีเป้าหมายใหญ่ เหมือนกันคือ สถาปนาขบวนการปฏิวัติรัสเซีย และล้มระบอบพระเจ้าซาร์
ผมรับใช้ตอบไปว่า ที่แตกต่างกันก็คือ คนที่เป็นสมาชิกของพรรคสายเลนินต้องรับนโยบายพรรค ให้การสนับสนุนพรรคด้านวัตถุและเงิน และที่สำคัญคือ เมื่อประกาศตนว่าเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ต้องร่วมกิจกรรม "ด้วยตนเอง" ในฐานะสมาชิก
ฝ่ายของมาร์ตอฟต้องการเพียงแต่ยอมรับนโยบายพรรค ให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกในองค์กรพรรคก็ได้
กรณีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อิสกราก็เหมือนกัน ซึ่งเดิมมี 6 คน เลนินเสนอให้เหลือ 3 คน แต่มาร์ตอฟต้องการให้คงจำนวนบรรณาธิการเท่าเดิมเอาไว้
คนดังที่สุดที่หนุนความคิดของเลนินก็คือ เกออร์กี เปลฮานอฟ ส่วนคนที่หนุนความคิดของมาร์ตอฟก็คือ ตรอสกี
เมื่อมีการลงคะแนนเสียง ปรากฏว่าพวกที่หนุนเลนินมีมากกว่า พวกสมาชิกที่อยู่ฝ่ายนี้จึงถูกเรียกว่า "บอลเชวิค" ที่ให้โทนไปในทำนองพวกมากกว่า พวกใหญ่กว่า ส่วนพวกเสียงน้อยกว่า ก็ถูกเรียกว่า "เมนเชวิค"
ในทางการเมือง เมื่อทะเลาะกันแล้ว อะไรทุกอย่างก็จะขัดแย้งกันไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่มีศัตรูคือระบอบซาร์ที่จะต้องล้มล้างให้ได้อยู่เบื้องหน้า แต่พวกนี้ก็ยังทะเลาะกัน เมื่อพวกบอลเชวิคไปสร้างพันธมิตรใกล้ชิดกับ
ชาวนา พวกเมนเชวิคก็กระโจมโหมข่าวว่านั่นเป็นวิธีการที่ผิด เพราะชาวนา ไม่ใช่พลังหลักของการปฏิวัติ
เรื่องเมนเชวิคและบอลเชวิคยังมีอีกเยอะครับ โอกาสหน้าผมขอกลับมารับใช้กันใหม่ ท่านครับ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่น ก็น่าเอามาบอกกล่าวเล่าขานกันใหม่ครับ เพราะสามารถใช้ป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเราได้.
พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย มีกลุ่มสำคัญ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนำโดยยูลี มาร์ตอฟ อีกกลุ่มหนึ่งนำโดยวลาดิมีร์ เลนิน
ทั้งสองพวกต้องการปฏิวัติลัทธิมากซ์เหมือนกัน
ทั้งพวกมาร์ตอฟและเลนินต่างประกาศว่าตนเป็นพรรคตัวแทนของผู้คนชนชั้นกรรมาชีพ มีอยู่หลายครั้งครับ ที่ทั้งสองพวกอยากจะเลิกขัดแย้งกัน และรวมกันเป็นพรรคแรงงานสังคมนิยมประชาธิปไตยรัสเซียเพื่อเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิม แต่พยายามเท่าใดก็ไม่ประสบความสำเร็จ
คำว่าเมนเชวิคและบอลเชวิคมาได้ยังไง?
เรื่องความขัดแย้งนี่เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อใด ก็ยากที่จะประสานให้กลับมา แนบเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิมได้ นอกจากจะต้องโทรมศัสตราวุธตีให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง พวกแพ้ก็ตายหายไปจากวงการ พวกชนะก็จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและพาบ้านเมืองเดินหน้าไปให้ได้
พวกมาร์ตอฟกับพวกของเลนินเล่นเอาล่อเอาเถิดกันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายพวกเลนินก็เอาจริง จัดให้มีการประชุมผู้แทนพรรคครั้งที่ 6 ที่กรุง ปราก เมืองหลวงของเชโกสโลวะเกีย จากนั้นก็ออกมติให้ขับกลุ่มของมาร์ตอฟออกจากพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซียเพื่อความเป็น เอกภาพ และเรียกตัวเองว่า พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตย (บอลเชวิค)
แต่พวกที่ถูกขับออกไปก็ยังเรียกตัวเองว่า พรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตย (เมนเชวิค)
ตอนหลังเลนินต้องสร้างสถานการณ์ว่าที่ทำการกองทัพถูกยิง เอ๊ย เลนินถูกลอบสังหาร แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นพวกของเลนินก็ใช้เรื่องการถูกลอบสังหาร สร้างความชอบธรรมเพื่อกวาดล้างพวกเมนเชวิค
ผู้ร่วมสนทนาผู้หนึ่งถามผมว่า บอลเชวิคและเมนเชวิคแตกต่างกันยังไง ถึงพวกที่ถือหางของสองฝ่ายจึงไม่ยอมหันหน้าเข้าหากัน ทั้งๆที่มีเป้าหมายใหญ่ เหมือนกันคือ สถาปนาขบวนการปฏิวัติรัสเซีย และล้มระบอบพระเจ้าซาร์
ผมรับใช้ตอบไปว่า ที่แตกต่างกันก็คือ คนที่เป็นสมาชิกของพรรคสายเลนินต้องรับนโยบายพรรค ให้การสนับสนุนพรรคด้านวัตถุและเงิน และที่สำคัญคือ เมื่อประกาศตนว่าเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ต้องร่วมกิจกรรม "ด้วยตนเอง" ในฐานะสมาชิก
ฝ่ายของมาร์ตอฟต้องการเพียงแต่ยอมรับนโยบายพรรค ให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกในองค์กรพรรคก็ได้
กรณีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อิสกราก็เหมือนกัน ซึ่งเดิมมี 6 คน เลนินเสนอให้เหลือ 3 คน แต่มาร์ตอฟต้องการให้คงจำนวนบรรณาธิการเท่าเดิมเอาไว้
คนดังที่สุดที่หนุนความคิดของเลนินก็คือ เกออร์กี เปลฮานอฟ ส่วนคนที่หนุนความคิดของมาร์ตอฟก็คือ ตรอสกี
เมื่อมีการลงคะแนนเสียง ปรากฏว่าพวกที่หนุนเลนินมีมากกว่า พวกสมาชิกที่อยู่ฝ่ายนี้จึงถูกเรียกว่า "บอลเชวิค" ที่ให้โทนไปในทำนองพวกมากกว่า พวกใหญ่กว่า ส่วนพวกเสียงน้อยกว่า ก็ถูกเรียกว่า "เมนเชวิค"
ในทางการเมือง เมื่อทะเลาะกันแล้ว อะไรทุกอย่างก็จะขัดแย้งกันไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่มีศัตรูคือระบอบซาร์ที่จะต้องล้มล้างให้ได้อยู่เบื้องหน้า แต่พวกนี้ก็ยังทะเลาะกัน เมื่อพวกบอลเชวิคไปสร้างพันธมิตรใกล้ชิดกับ
ชาวนา พวกเมนเชวิคก็กระโจมโหมข่าวว่านั่นเป็นวิธีการที่ผิด เพราะชาวนา ไม่ใช่พลังหลักของการปฏิวัติ
เรื่องเมนเชวิคและบอลเชวิคยังมีอีกเยอะครับ โอกาสหน้าผมขอกลับมารับใช้กันใหม่ ท่านครับ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่น ก็น่าเอามาบอกกล่าวเล่าขานกันใหม่ครับ เพราะสามารถใช้ป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเราได้.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น